เริ่มแล้วตั้งแต่ 1 ม.ค. 69! การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการรถยนต์ไทย เปลี่ยนเกณฑ์จากดู "ขนาดเครื่องยนต์ (CC)" มาเน้นที่ "การปล่อย CO2 และเทคโนโลยี"
สรุปสั้นๆ ใครได้ ใครโดน:
กลุ่มได้ประโยชน์ (ภาษีถูกลง):
รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
รถยนต์ไฮบริด (Hybrid)
กลุ่มเสียประโยชน์ (ภาษีแพงขึ้น):
รถยนต์สันดาปภายใน (น้ำมัน) ยิ่งปล่อยมลพิษสูง ยิ่งแพง
กลุ่มรถหรู / Supercar เครื่องยนต์ใหญ่ โดนหนักสุด!
Note: รถเก่าจดทะเบียนก่อนปี 69 สบายใจได้ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่ราคาขายต่ออาจได้รับผลกระทบนะ
#ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ #รถยนต์2569 #ข่าวรถยนต์ #ภาษีรถใหม่ #MOeMAG
สรุปวิธีจัดเก็บภาษีรถยนต์ใหม่ (คิดตามการปล่อย CO₂)
1. กลุ่มรถยนต์สันดาป (ICE) ใช้น้ำมัน 100%
เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร
ปล่อย CO₂ ไม่เกิน 100 กรัม/กม. ➔ คิด 13%
ปล่อย CO₂ 100 - 120 กรัม/กม. ➔ คิด 22%
ปล่อย CO₂ 120 - 150 กรัม/กม. ➔ คิด 25%
ปล่อย CO₂ 150 - 200 กรัม/กม. ➔ คิด 29%
ปล่อย CO₂ เกิน 200 กรัม/กม. ➔ คิด 34%
เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร (รถหรู/Supercar) ➔ คิด 50%
. 2. กลุ่มรถยนต์ไฮบริด (HEV) และ ไมลด์ไฮบริด (MHEV) เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร
ปล่อย CO₂ ไม่เกิน 100 กรัม/กม. ➔ คิด 6%
ปล่อย CO₂ 100 - 120 กรัม/กม. ➔ คิด 9%
ปล่อย CO₂ 120 - 150 กรัม/กม. ➔ คิด 14%
ปล่อย CO₂ 150 - 200 กรัม/กม. ➔ คิด 19%
ปล่อย CO₂ เกิน 200 กรัม/กม. ➔ คิด 24%
เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร ➔ คิด 40%
. 3. กลุ่มรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV)
วิ่งไฟฟ้าล้วน ไม่ต่ำกว่า 80 กม./ชาร์จ ➔ คิด 5%
วิ่งไฟฟ้าล้วน ต่ำกว่า 80 กม./ชาร์จ ➔ คิด 10%
รถที่ใช้เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร ➔ คิด 30% (เงื่อนไข: ต้องมีระบบ ADAS อย่างน้อย 2 ระบบ & ใช้แบตฯ ผลิตในไทยปี 69)
. 4. กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV)
รถยนต์ไฟฟ้า ➔ ลดเหลือ 2% (จาก 8%)
รถกระบะไฟฟ้า ➔ เพิ่มเป็น 2% (จาก 0%)
.jpg)